รายการบล็อกของฉัน

รายการบล็อกของฉัน

รายการบล็อกของฉัน

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

แนวทางการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งในเรื่องเพศ

แนวทางการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งในเรื่องเพศ


1.            ทักษะการเข้าใจผู้อื่น
พยายามเข้าใจ และยอมรับความแตกต่างของเพศตรงข้าม เนื่องจากเพศชายและหญิงมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ถูกเลี้ยงดุมาในกรอบที่แตกต่างกัน เมื่อต้องมาอยู่ร่วมกัน ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างกันเป็นธรรมดา

2.            ทักษะการตระหนักรู้ในตน
สำหรับประเด็นเรื่องเพศสัมพันธ์นั้น วัยรุ่นควรตระหนักว่าเราอยู่ในสังคมไทย ดังนั้นจึงปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบจารีตประเพณีของสังคมไทย ทำความเข้าใจ รู้เท่าทันค่านิยม และวัฒนธรรมต่างชาติที่ไม่เข้ากับลักษณะสังคมไทย

3.            ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
วัยรุ่นควรคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล และเปิดใจให้กว้าง ปรับเปลี่ยนทัศนคติบางประการที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ เช่น ผู้ชายมีสิทธิ์ในตัวผู้หญิงการมีเพศสัมพันธ์ในวันเรียนเป็นเรื่องที่แสดงความเก่งของตนความรักคือการยอมให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย เป็นต้น

4.            ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล
ในการสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นให้ยั่งยืน เราควรมีความรักและความปรารถนาดีให้แก่กันเสมอ เนื่องจากความรักและความปรารถนาดีนั้น ย่อมส่งผลให้เราแสดงออกแก่กันในทางที่ดี และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาดพลั้งหรือไม่สามารถทำได้อย่างที่คาดหวัง ก็ควรให้อภัยแก่กันและกัน

5.            ทักษะการแก้ไขปัญหา
หากเกิดความขัดแย้งขึ้นมาแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งนั้นดำรงอยู่นาน หรือปล่อยเลยตามเลย และหวังให้เวลาเยียวยาความขัดแย้ง แต่ควรจะหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

6.            ทักษะการจัดการกับอารมณ์
ต้องรู้จักปล่อยวางหากเพศตรงข้ามเราต้องติดต่อสัมพันธ์ด้วยมีพฤติกรรม หรืออุปนิสัยที่เราไม่สามารถยอมรับได้ ก็พยายามมองข้ามและปล่อยวาง ไม่ควรเก็บเอาอุปนิสัยหรือพฤติกรรมนั้นมาเป็นสาเหตุของความไม่พอใจซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้

7.            ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
หันหน้าเข้าหากัน และพยายามพูดคุยกันโดยใช้เหตุผล พยายามหาสาเหตุของความขัดแย้งนั้นว่าเกิดจากอะไร มีความเข้าใจผิดอะไรหรือไม่ พูดคุยถึงความต้องการ ความคาดหวังและความรู้สึกที่แท้จริงของแต่ละฝ่าย

8.            ทักษะการคิดสร้างสรรค์
พยายามคิดในเชิงสร้างสรรค์ มองว่าทุกปัญหาความขัดแย้งทุกความขัดแย้งย่อมมีทางออก ช่วยกันมองหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ

ผลกระทบที่เกิดจากความขัดเเย้งในเรื่องเพศ

ผลกระทบที่เกิดจากความขัดเเย้งในเรื่องเพศ



      ความขัดเเย้งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในความสัมพันธ์ ถึงแม้จะเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนความขัดแย้งนั้นลุกลามใหญ่โต ก็อาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งการใช้ความรุนแรงต่อกัน และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆได้ ดังต่อไปนี้
1.ปัญหาสุขภาพ


 ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในรูปแบบความสัมพันธ์ใดก็ตาม หากปล่อยทิ้งไว้ไม่พยายามแก้ไข ก็จะสร้างบรรยากาศกดดันขึ้นในความสัมพันธ์นั้น เช่น ความขัดแย้งในที่ทำงานก็อาจนำไปสู่ภาวะเครียดในการทำงาน ทำให้ทำงานไม่บรรลุผลสำเร็จได้ และยังทำให้สุขภาพจิตของคู่กรณีเสียอีกด้วย ในขณะที่หากเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ระหว่างสามีภรรยาอาจทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงระหว่างกัน เมื่อทะเลาะกันบ่อยๆ ก็จะทำให้สุขภาพจิตรของทั้งคู่เสีย ในขณะเดียวกันก็ทำให้คู่สามีภรรยาเกิดความเครียด และหากครอบครัวนั้นมีลูก เด็กที่ตกอยู่ในความขัดแย้งก็จะเกิดความเครียดและไม่มีความสุขตามไปด้วยทำให้มีปัญหาทางอารมณ์และจิตรใจ เมื่อจิตรของสมาชิกในครอบครัวเกิดความเครียดไปเรื่อยๆ ก็จะส่งผลต่อสุขภาพเช่นกัน คือ ส่งผลให้เป็นโรคนอนไม่หลับ โรคความดันเลือดสูง โรคไมเกรน เป็นต้น ในกรณีที่สมาชิกครอบครัวไม่สามารถหาทางออกได้อาจจะนำไปสู่ปัญหาทำร้ายตัวเองได้ หรือฆ่าตัวตาย
2. ปัญหาครอบครัว


 ความขัดแย้งระหว่างเพศ รวมไปถึงความขัดแย้งเรื่องเพศสัมพันธ์สามารถนำไปสู่ปัญหาครอบครัวและปัญหาการหย่าร้างได้เนื่องจากพื้นฐานของครอบครัวเกิดจากการอยู่ร่วมกันของคน ๒ คนก็คือผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้นหากเกิดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข อาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง นอกจากนี้ประเด็นเรื่องเพศสัมพันธ์ยังเป็นประเด็นสำคัญของชีวิตคู่อีกด้วย หากคู่สามีภรรยาไม่สามารถมีทัศนคติที่ตรงกันเรื่องเพศสัมพันธ์ได้ก็อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างคู่สามีภรรยา เมื่อบรรยากาศในครอบครัวไม่ดี และคู่สมรสไม่สามารถตอบสนองความต้องการของกันและกันได้ บ้านจะกลายเป็นสถานที่น่าอึดอัดใจอาจส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวหันไปหาความสุขที่อยู่นอกบ้านแทน และเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดความอดทน ก็จะนำไปสู่การหย่าร้าง และทำให้ครอบครัวอยู่ในสถานะบ้านแตก หากครอบครัวนั้นมีลูกย่อมส่งผลกระทบไปถึงลูกแน่นอน

 3.ปัญหาสังคม


 ความขัดแย้งในเรื่องเพศนั้นอาจไม่ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมโดยตรงอย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาครอบครัวได้ การทะเลาะเบาะแว้งและการหย่าร้าง นำไปสู่ปัญหาสังคมได้เช่นกัน เนื่องจากปัญหาครอบครัวขาดความอบอุ่นสมาชิกในครอบครัวได้รับผลกระทบจากปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนนอกจากนี้หากเกิดความขัดแย้งในเรื่องเพศที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข หรือแก้ไขอย่างผิดวิธี อาจก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาได้ เช่นการบังคับขืนใจ ใช้ความรุนแรงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการจนนำไปสู่ปัญหาสังคมต่างๆ เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการกดขี่ทางเพศตรงข้าม เป็นต้น



           อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี หากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธีช่วยสร้างเสริมให้ความสัมพันธ์ให้แน่นแพ่นขึ้น เหมือนคำที่พูดว่า “ยิ่งทะเลาะก็จะยิ่งเข้าใจกัน” เนื่องจากความขัดแย้งจะทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างทางความคิด และเข้าใจผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น เสดแล้ว รับรู้ข้อดีและข้อเสีย ความชอบไม่ชอบของแต่ละคน เมื่อผ่านความขัดแย้งไปได้ก็จะทำให้สมาชิกยอมรับความแตกต่างได้มากข้น




ความขัดแย้งเรื่องเพศสัมพันธ์

ความขัดแย้งเรื่องเพศสัมพันธ์

ความขัดแย้งในเรื่องเพศสัมพันธ์  คือ  ความไม่ลงรอยกัน และความไม่เห็นพ้องต้องกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงในเรื่องเพศสัมพันธ์ เช่น ฝ่ายชายมีความต้องการจะมีเพศสัมพันธ์ ในขณะที่ฝ่ายหญิงไม่ต้องการ หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น การมีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องนี้ กลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา


สาเหตุของความขัดแย้งเรื่องเพศสัมพันธ์
        ปัจจัยพื้นฐานส่วนใหญ่อาจคล้ายคลึงกับสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเพศ ดังที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว โดนเฉพาะความเชื่อ ค่านิยม และบรรทัดฐานทางศีลธรรมจรรยาของสังคมไทยที่ปลูกฝังให้เด็กเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ เพราะเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับสังคมไทย เนื่องด้วยสังคมไทยมีการสั่งสอนและสร้างค่านิยมให้มองว่า เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สกปรก บุคคลที่มีศีลธรรมย่อมไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกเพลิดเพลิน (อุมาพร ตรังคสมบัติ๒๕๔๕๒๓๒) โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกสั่งสอนให้รักนวลสงวนตัว ทำให้ผู้หญิงมักมีทัศนคติเชิงลบกับเรื่องเพศสัมพันธ์ มองว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ไม่ดี ผู้หญิงที่เสียความบริสุทธิ์ก่อนแต่งงานคือผู้หญิงไม่ดี แต่ในขณะเดียวกันผู้ชายส่วนใหญ่มองเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายกับผู้หญิงจะมีทัศนคติต่อเรื่องเพศสัมพันธ์แตกต่างกันจนนำไปสู่ความขัดแย้งได้

            นอกจากนี้ปัจจัยแวดล้อม เช่น กลุ่มเพื่อน สภาพสังคมที่ทำให้เรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องสาธารณะมากยิ่งขึ้น ย่อมกระตุ้นให้เกิดทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างค่านิยมใหม่ที่มองว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทัศนคติของวัยรุ่นในปัจจุบันจะเปิดรับและมองเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเสรีมากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่านิยมและบรรทัดฐานของสังคมไทยที่ได้ปลูกฝังอยู่ในความเชื่อพื้นฐานของคนไทยโดนเฉพาะผู้หญิงยังคงมีอิทธิพลอยู่อย่างมาก และหากทั้งสองฝ่ายไม่เข้าใจความแตกต่างทางทัศนคติดังกล่าวก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกันได้