สวัสดีครับ บทความนี้ก็นะ ถือเป็นบทความแรกของอีฟและผองเพื่อนเลย
ถ้ามันมีอะไรผิดพลาดก็ต้องขออภัยมาที่นี้ด้วยนะครับ
เอาล่ะ
เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มสาระในวันนี้กันเลยดีกว่า!!!
โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
โรคหลอดเลือดสมอง คือ
กลุ่มอาการความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดสมองทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด
สงผลให้เนื้อเยื่อสมองถูกทำลายและการทำงานของสมองเกิดการชะงักลงได้
ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆครับ
กลุ่มแรก คือ
กลุ่มอาการ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic
stroke)
เป็นสาเหตุส่วนมากที่พบในโรคหลอดเลือดสมองหรือประมาณ 80%
ของผู้ป่วยทั้งหมดครับ
สาเหตุของการตีบหรือการอุดตัน
มาจากการก่อตัวของลิ่มเลือดที่อาจจะไหลผ่านมาจากบริเวณอื่นมาอุดตัน
หรือก่อตัวภายในหลอดเลือดสมองเองเลยก็ได้ หรืออาจจะเกิดจากการสะสมของสารพวกไขมันในหลอดเลือด
ซึ่งหลอดเลือดที่อุดตันจะสูญเสียประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดไปครับ
ต่อมาที่กลุ่มที่
2
คือกลุ่มอาการหลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด (hemorrhagic
stroke) พบโดยประมาณ 20% ของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง
สาเหตุเกิดจากภาวะที่หลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง
ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองและแตกออก
หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด
ทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างฉับพลันและทำให้เกิดเลือดออกในสมอง
ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
หลังจากแนะนำตัวโรคหลอดเลือดไปแล้ว ซึ่งก็ดูน่ากลัวพอสมควรสินะครับ
(‘‘ ) ที่นี้เรามาดูที่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เกิดโรคดีกว่า
จะได้หลีกเลี่ยงกันไปแล้วมีสุขภาพที่แข็งแรงกัน แต่ปัจจัยเสี่ยงบางอันเราก็เลี่ยงไม่ได้สะด้วยนี้สิ
เอาเป็นว่าเราไปดูกันดีกว่าครับว่าอันไหนเป็นยังไงกันแน่
ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้
o ความดันโลหิตสูง
เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดสมอง
ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนปกติ
o เบาหวาน
เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย
หากเกิดที่สมองจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า
o ไขมันในเลือดสูง
เป็นความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเช่นเดียวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ
คือภาวะไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้กีดขวางการลำเลียงเลือด
o โรคหัวใจ1 เช่น
โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด
ถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง ก็จะทำให้สมองขาดเลือดได้
o การสูบบุหรี่
สารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลง
และเป็นตัวทำลายผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งตัว
พบว่าการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองถึง 3.5%
o ยาคุมกำเนิด
ในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง
o โรคซิฟิลิส
เป็นสาเหตุของหลอดเลือดอักเสบและหลอดเลือดแข็ง
o
การขาดการออกกำลังกาย
1อันนี้อีฟสงสัยว่าหลีกเลี่ยงได้จริงเหรอ
แต่แหล่งข้อมูลเขาว่ามาแบบนี้น่ะครับ
อันสุดท้ายนี้แทบจะเป็นสาเหตุของการเกิดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆทั้งหมดเลยนะครับคุณ(ฮา)
แต่ดูแล้วหลายอย่างก็เกิดจากพฤติกรรมของเราเองทั้งนั่นเลยนะครับ แหม แบบนี้ต้องมั่นดูแลตัวเองให้ดีแล้วสิ
ต่อมาเรามาดูปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กันนะครับ
o อายุ
เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดก็จะเสื่อมตามไปด้วย
โดยผิวชั้นในของหลอดเลือดจะหนาและแข็งขึ้นจากการที่มีไขมันและหินปูนมาเกาะ
รูที่เลือดไหลผ่านจะแคบลงเรื่อยๆ
o เพศ
พบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าเพศหญิง
o ภาวะการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าปกติ
ส่งผลให้เกิดการจับตัวกันของเม็ดเลือดและมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนปกติ
สำหรับปัจจัยเสี่ยงพวกนี้เราคงทำได้แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและระวังมันเอาไว้เท่านั่นล่ะนะครับ
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
แน่นอนว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองย่อมต้องมีอาการที่เป็นสัญญาณบ่งชี้
ซึ่งโดยมากอาการเล่านี้มักเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) อาจมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง
หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร ดังนั้นหากเพื่อนๆหรือคนรู้จักมีอาการผิดปกติแบบนี้
ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
เนื่องจากอาการของโรคหลอดเลือดสมองจัดเป็นอาการร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือหากไม่ถึงชีวิต
ก็อาจทำให้กลายเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองและต้องใช้เวลาในการรักษาฟื้นฟูสุขภาพ
อาการที่เห็นได้ชัด
• ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
• พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก
น้ำลายไหล กลืนลำบาก
• ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด
• ตามัว
มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด
• เดินเซ ทรงตัวลำบาก
การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง
ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพและสามารถบ่งชี้ถึงตำแหน่งของสมองและหลอดเลือดที่ผิดปกติ
รวมถึงภาวะและสาเหตุที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น
• การตรวจเลือดเพื่อดูความเข้มข้นและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
• การตรวจระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือด
• การตรวจหาการอักเสบของหลอดเลือด
• การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiogram)
เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
• การตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
(computerized tomography) เพื่อดูว่าสมองมีภาวะขาดเลือดหรือภาวะเลือดออกในสมองหรือไม่
• การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดบริเวณคอ
(carotid duplex scan) เพื่อดูขนาดและการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงบริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมองด้วยคลื่นความถี่สูง
• การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
(magnetic resonance imaging) เพื่อดูเนื้อสมอง
หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดที่คอ เป็นวิธีการที่ไม่เจ็บปวดและมีประสิทธิภาพสูง
การรักษา
การรักษาขึ้นกับสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองว่าเป็นหลอดเลือดสมองตีบหรือหลอดเลือดสมองแตก
โดยจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
• หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
เป้าหมายของการรักษาคือทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ
โดยทางเลือกในการรักษามีหลายวิธี ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาละลายลิ่มเลือด
ซึ่งพบว่าจะได้ผลดีกับผู้ที่มีอาการและอาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมองและรีบมาโรงพยาบาลภายในระยะเวลาไม่เกิน
4.5 ชั่วโมง
• หลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด
เป้าหมายของการรักษาคือการควบคุมปริมาณเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันโลหิต
ในกรณีที่เลือดออกมาก
แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสมองที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต
การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
แน่นอน อีฟคิดว่าคงไม่มีใครที่อยากเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรอกใช่ไหม?
และคนที่เคยเป็นแต่ได้รับรักษามาแล้วก็คงไม่อยากเป็นซ้ำสองเหมือนกัน ดังนั่น เราจึงควรที่จะปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงโรคอันตรายนี้กัน
•ตรวจเช็กสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง
ถ้าพบต้องรีบรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
•ในกรณีที่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดตีบ
อุดตัน หรือแตก ต้องรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์
ห้ามหยุดยาเอง และควรรีบพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการผิดปกติ
•ควบคุมระดับความดันโลหิต
ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
•ควบคุมอาหารให้สมดุล
หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มัน
•ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
•งดสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
•ถ้ามีอาการเตือนที่แสดงว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราว
ควรรีบมาพบแพทย์ถึงแม้ว่าอาการเหล่านั้นจะหายได้เองเป็นปกติ
•ผู้ที่เป็นหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันแล้ว
แพทย์จะให้การรักษาโดยใช้ยาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมอง
แต่การใช้ยาเหล่านี้จำเป็นต้องมีการติดตามผลและใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
เนื่องจากถ้ามีการใช้ยาผิด ประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีการติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง
เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
สำหรับบทความเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง
ก็คงต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ อีกและผองเพื่อนก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงกันนะครับ
^_^
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (www.bumrungrad.com)
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (www.bumrungrad.com)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น