รายการบล็อกของฉัน

รายการบล็อกของฉัน

รายการบล็อกของฉัน

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โรคหลอดเลือดสมอง

สวัสดีครับ บทความนี้ก็นะ ถือเป็นบทความแรกของอีฟและผองเพื่อนเลย ถ้ามันมีอะไรผิดพลาดก็ต้องขออภัยมาที่นี้ด้วยนะครับ
เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มสาระในวันนี้กันเลยดีกว่า!!!

โรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
 โรคหลอดเลือดสมอง คือ กลุ่มอาการความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดสมองทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด สงผลให้เนื้อเยื่อสมองถูกทำลายและการทำงานของสมองเกิดการชะงักลงได้


ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
ความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆครับ
กลุ่มแรก คือ กลุ่มอาการ หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke)  เป็นสาเหตุส่วนมากที่พบในโรคหลอดเลือดสมองหรือประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั้งหมดครับ
สาเหตุของการตีบหรือการอุดตัน มาจากการก่อตัวของลิ่มเลือดที่อาจจะไหลผ่านมาจากบริเวณอื่นมาอุดตัน หรือก่อตัวภายในหลอดเลือดสมองเองเลยก็ได้ หรืออาจจะเกิดจากการสะสมของสารพวกไขมันในหลอดเลือด ซึ่งหลอดเลือดที่อุดตันจะสูญเสียประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดไปครับ
ต่อมาที่กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มอาการหลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด (hemorrhagic stroke) พบโดยประมาณ 20% ของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง
สาเหตุเกิดจากภาวะที่หลอดเลือดมีความเปราะบางร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองและแตกออก หรืออาจเกิดจากหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่นจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย ซึ่งอันตรายมากเนื่องจากทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างฉับพลันและทำให้เกิดเลือดออกในสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได้

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

หลังจากแนะนำตัวโรคหลอดเลือดไปแล้ว ซึ่งก็ดูน่ากลัวพอสมควรสินะครับ  (‘‘ )  ที่นี้เรามาดูที่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เกิดโรคดีกว่า จะได้หลีกเลี่ยงกันไปแล้วมีสุขภาพที่แข็งแรงกัน แต่ปัจจัยเสี่ยงบางอันเราก็เลี่ยงไม่ได้สะด้วยนี้สิ

เอาเป็นว่าเราไปดูกันดีกว่าครับว่าอันไหนเป็นยังไงกันแน่

     
ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้
o    ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนปกติ
o    เบาหวาน เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย หากเกิดที่สมองจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า
o    ไขมันในเลือดสูง เป็นความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเช่นเดียวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ คือภาวะไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้กีดขวางการลำเลียงเลือด
o    โรคหัวใจ1 เช่น โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง ก็จะทำให้สมองขาดเลือดได้  
o    การสูบบุหรี่ สารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลง และเป็นตัวทำลายผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งตัว พบว่าการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองถึง 3.5%
o    ยาคุมกำเนิด ในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง
o    โรคซิฟิลิส เป็นสาเหตุของหลอดเลือดอักเสบและหลอดเลือดแข็ง
o    การขาดการออกกำลังกาย

1อันนี้อีฟสงสัยว่าหลีกเลี่ยงได้จริงเหรอ แต่แหล่งข้อมูลเขาว่ามาแบบนี้น่ะครับ

อันสุดท้ายนี้แทบจะเป็นสาเหตุของการเกิดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆทั้งหมดเลยนะครับคุณ(ฮา) แต่ดูแล้วหลายอย่างก็เกิดจากพฤติกรรมของเราเองทั้งนั่นเลยนะครับ แหม  แบบนี้ต้องมั่นดูแลตัวเองให้ดีแล้วสิ
ต่อมาเรามาดูปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กันนะครับ

o    อายุ เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดก็จะเสื่อมตามไปด้วย โดยผิวชั้นในของหลอดเลือดจะหนาและแข็งขึ้นจากการที่มีไขมันและหินปูนมาเกาะ รูที่เลือดไหลผ่านจะแคบลงเรื่อยๆ
o    เพศ พบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าเพศหญิง
o    ภาวะการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการจับตัวกันของเม็ดเลือดและมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนปกติ

สำหรับปัจจัยเสี่ยงพวกนี้เราคงทำได้แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันและระวังมันเอาไว้เท่านั่นล่ะนะครับ

 

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

แน่นอนว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองย่อมต้องมีอาการที่เป็นสัญญาณบ่งชี้ ซึ่งโดยมากอาการเล่านี้มักเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) อาจมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร ดังนั้นหากเพื่อนๆหรือคนรู้จักมีอาการผิดปกติแบบนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการของโรคหลอดเลือดสมองจัดเป็นอาการร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือหากไม่ถึงชีวิต ก็อาจทำให้กลายเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองและต้องใช้เวลาในการรักษาฟื้นฟูสุขภาพ
อาการที่เห็นได้ชัด

ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย

พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก

ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด

ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด 

เดินเซ ทรงตัวลำบาก


การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง
ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพและสามารถบ่งชี้ถึงตำแหน่งของสมองและหลอดเลือดที่ผิดปกติ รวมถึงภาวะและสาเหตุที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น
•         การตรวจเลือดเพื่อดูความเข้มข้นและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
•         การตรวจระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือด
•         การตรวจหาการอักเสบของหลอดเลือด
•         การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiogram) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ
•         การตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computerized tomography) เพื่อดูว่าสมองมีภาวะขาดเลือดหรือภาวะเลือดออกในสมองหรือไม่
•         การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดบริเวณคอ (carotid duplex scan) เพื่อดูขนาดและการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงบริเวณคอที่ไปเลี้ยงสมองด้วยคลื่นความถี่สูง
•         การตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging) เพื่อดูเนื้อสมอง หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดที่คอ เป็นวิธีการที่ไม่เจ็บปวดและมีประสิทธิภาพสูง

การรักษา
การรักษาขึ้นกับสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองว่าเป็นหลอดเลือดสมองตีบหรือหลอดเลือดสมองแตก โดยจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
•         หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน เป้าหมายของการรักษาคือทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างปกติ โดยทางเลือกในการรักษามีหลายวิธี ในบางกรณีแพทย์อาจให้ยาละลายลิ่มเลือด ซึ่งพบว่าจะได้ผลดีกับผู้ที่มีอาการและอาการแสดงของโรคหลอดเลือดสมองและรีบมาโรงพยาบาลภายในระยะเวลาไม่เกิน 4.5 ชั่วโมง
•         หลอดเลือดสมองปริแตกหรือฉีกขาด เป้าหมายของการรักษาคือการควบคุมปริมาณเลือดที่ออกด้วยการรักษาระดับความดันโลหิต ในกรณีที่เลือดออกมาก แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสมองที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต

การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ
แน่นอน อีฟคิดว่าคงไม่มีใครที่อยากเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรอกใช่ไหม? และคนที่เคยเป็นแต่ได้รับรักษามาแล้วก็คงไม่อยากเป็นซ้ำสองเหมือนกัน  ดังนั่น เราจึงควรที่จะปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงโรคอันตรายนี้กัน
ตรวจเช็กสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ถ้าพบต้องรีบรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
ในกรณีที่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก ต้องรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามแผนการรักษาของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง และควรรีบพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการผิดปกติ
ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ควบคุมอาหารให้สมดุล หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มัน
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ถ้ามีอาการเตือนที่แสดงว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราว ควรรีบมาพบแพทย์ถึงแม้ว่าอาการเหล่านั้นจะหายได้เองเป็นปกติ
ผู้ที่เป็นหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันแล้ว แพทย์จะให้การรักษาโดยใช้ยาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมอง แต่การใช้ยาเหล่านี้จำเป็นต้องมีการติดตามผลและใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากถ้ามีการใช้ยาผิด ประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีการติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรง เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

สำหรับบทความเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง ก็คงต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ อีกและผองเพื่อนก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงกันนะครับ ^_^
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซด์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (www.bumrungrad.com)           

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น